ฝังไมโครชิพสัตว์เลี้ยง-ฉีดวัคซีน-รักษา-ผ่าตัดทำหมัน
ให้คำปรึกษาน้องหมา น้องแมว โดยคุณหมอสัตวแพทย์โดยตรง
อาบน้ำ-ตัดขน โรงแรมรับฝากสัตว์เลี้ยง
บริการรับฝากสัตว์เลี้ยง และให้คำปรึกษาโดยสัตวแพทย์
มีที่พักสำหรับสัตว์ป่วย
เรามีที่พักสำหรับสัตว์ป่วย และมีคุณหมอดูแลโดยตรง
อื่นๆ ปรึกษา-นัดหมาย
คุณลูกค้าสามารถสอบถามและนัดหมายโทร 095-789-8287
Line@NUNVET Click…
หมอนันท์สัตวแพทย์ Nunvet Clinic
ไขข้อข้องใจ! ฝังไมโครชิปอันตรายจริงหรือไม่?
ฝังไมโครชิป อันตรายจริงไหม? เจาะลึกเคสจริง พร้อมข้อเท็จจริงจากสัตวแพทย์
มีหลายคนสงสัยว่า ฝังไมโครชิปอันตรายไหม? หรือ ฝังไมโครชิปแล้วสัตว์เลี้ยงจะมีผลข้างเคียงหรือไม่? วันนี้เราขอพาไปดูกรณีศึกษาจากเคสจริง และวิเคราะห์จากหลักฐานทางสัตวแพทย์ เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
ไมโครชิปคืออะไร? ปลอดภัยแค่ไหน?
ไมโครชิปสำหรับสัตว์เลี้ยง เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กที่ทำงานแบบ Passive (ไม่มีพลังงานในตัว) ห่อหุ้มด้วยวัสดุ Bioglass ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อไม่ก่อปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อในร่างกายสัตว์
หัตถการ ฝังไมโครชิป คล้ายกับการฉีดยาใต้ผิวหนัง ไม่ต้องวางยาสลบ ไม่ต้องผ่าตัด และใช้เวลารวดเร็วมาก
ความเสี่ยงในการฝังไมโครชิป: จริงหรือเวอร์?
แม้ว่าจะมี รายงานการเกิดเนื้องอกที่ตำแหน่งฝังไมโครชิป โดยเฉพาะในแมว ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีความไวต่อสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย แต่ก็เป็น กรณีที่พบได้น้อยมาก และยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าไมโครชิปเป็นสาเหตุโดยตรง
เช่นเดียวกับการ ฉีดวัคซีน, ทำหมัน, หรือ วางยาสลบ ซึ่งอาจมีความเสี่ยงในบางกรณี แต่ประโยชน์ต่อสุขภาพสัตว์ในระยะยาวนั้น มีมากกว่าความเสี่ยงอย่างเห็นได้ชัด
สรุป: ฝังไมโครชิป ไม่ใช่หัตถการที่อันตราย แต่คือการดูแลสัตว์ให้ปลอดภัยในระยะยาว
ไม่มีหัตถการใดที่ “ปลอดภัย 100%” แต่การฝังไมโครชิปคือหนึ่งในวิธีที่ ปลอดภัย เชื่อถือได้ และมีประโยชน์สูงสุดต่อสัตว์เลี้ยง
การฝังไมโครชิปช่วยให้สามารถระบุตัวตนสัตว์เลี้ยงที่สูญหายได้
ควรฝังไมโครชิปโดย สัตวแพทย์ที่มีใบอนุญาต และใช้ไมโครชิปที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เช่น ICAR และ ISO11784/11785
การลงทะเบียนสัตว์เลี้ยง: ขั้นตอนสำคัญที่เจ้าของสัตว์ไม่ควรมองข้ามหลังฝังไมโครชิป
ในยุคที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงเริ่มให้ความสำคัญกับการ ฝังไมโครชิปสัตว์เลี้ยง มากขึ้น หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า “การฝังไมโครชิป” เพียงอย่างเดียวนั้น ไม่เพียงพอ หากไม่มีการดำเนินการ ลงทะเบียนข้อมูลสัตว์เลี้ยง ลงในระบบฐานข้อมูลอย่างถูกต้อง
ไมโครชิปสัตว์เลี้ยง: เป็นเพียงหมายเลขที่ไร้ข้อมูล หากไม่ลงทะเบียน
ไมโครชิปคืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กที่ฝังไว้ใต้ผิวหนังของสัตว์ ซึ่งบันทึกไว้เพียง หมายเลขไมโครชิป 15 หลัก เท่านั้น หากไม่มีการเชื่อมโยงกับข้อมูลในระบบฐานข้อมูล หมายเลขเหล่านี้ก็จะ ไม่สามารถระบุตัวตนของสัตว์ได้เลย
ดังนั้นการ ลงทะเบียนไมโครชิปสัตว์เลี้ยง จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ไมโครชิปทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยข้อมูลที่จะต้องลงทะเบียน ได้แก่ ชื่อสัตว์ ข้อมูลติดต่อเจ้าของ และโรงพยาบาลที่ฝังไมโครชิป
มีเอกสารไมโครชิป ไม่ได้แปลว่า “ลงทะเบียนแล้ว”
หลังจากที่สัตวแพทย์ทำการฝังไมโครชิปเรียบร้อยแล้ว เจ้าของสัตว์มักจะได้รับเอกสารยืนยัน เช่น การ์ดไมโครชิป หรือใบรับรอง แต่เอกสารเหล่านี้ ไม่ใช่หลักฐานการลงทะเบียนในระบบฐานข้อมูล เสมอไป
การลงทะเบียนขึ้นอยู่กับระบบของผู้ให้บริการไมโครชิปแต่ละราย บางรายให้สัตวแพทย์ดำเนินการให้ บางรายให้เจ้าของสัตว์ลงทะเบียนเองผ่านเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน
ระบบฐานข้อมูลที่ดี ต้องอัปเดตได้ และปลอดภัย
ข้อมูลในไมโครชิป มีความสำคัญมาก เพราะใช้ในการตามหาสัตว์เลี้ยงที่หายไป แต่ถ้าข้อมูลล้าสมัย เช่น หมายเลขโทรศัพท์ผิด หรือเจ้าของย้ายบ้าน ก็อาจทำให้ไม่สามารถติดต่อกลับได้ ระบบฐานข้อมูลจึงควร เปิดให้แก้ไขข้อมูลได้อย่างปลอดภัย โดยไม่เปิดเผยข้อมูลให้สาธารณะ
ข้อมูลไมโครชิปเข้าถึงได้แค่ไหน?
รูปแบบการเข้าถึงข้อมูลไมโครชิปจะแตกต่างกันไปตามแต่ละผู้ให้บริการ บางรายเปิดเผยข้อมูลมากเพื่อความสะดวกในการติดต่อ บางรายจำกัดการเข้าถึงเพื่อ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย PDPA
หลังลงทะเบียนเสร็จ เจ้าของสามารถตรวจสอบได้ผ่าน https://petregis.bangkok.go.th
ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถค้นหาได้เฉพาะข้อมูลสัตว์, ชื่อสัตวแพทย์, และชื่อ-เบอร์โรงพยาบาลเท่านั้น
ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของเจ้าของสัตว์สู่สาธารณะ เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว
สรุป: ไมโครชิปจะมีค่าได้ ก็ต่อเมื่อ “ลงทะเบียน” และ “อัปเดตข้อมูล” อย่างถูกต้อง
ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้ไมโครชิปจากแบรนด์ใด อย่าลืมตรวจสอบการลงทะเบียนทุกครั้ง และหมั่นอัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้สัตว์เลี้ยงที่คุณรัก สามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย หากวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น
ติดต่อสอบถามข้อมูลที่
LINE: @NUNVET
หลังจากที่ กรุงเทพมหานคร ประกาศใช้ “ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงและปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567” ทำให้เกิดกระแสความสนใจในหมู่เจ้าของสัตว์เลี้ยงเกี่ยวกับการ ฝังไมโครชิป และ ขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนกฎหมายบังคับใช้ในปี 2569 ขออาสาสรุปเนื้อหาแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้ประชาชนผู้เลี้ยงสัตว์ทุกคนปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง
📌 ข้อบัญญัตินี้คืออะไร (What?)
ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงและปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 มีเป้าหมายเพื่อควบคุมจำนวนสัตว์เลี้ยงในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้ง สุนัข แมว และสัตว์ประเภทอื่นๆ ป้องกันปัญหาสัตว์จรจัด และสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมในการเลี้ยงสัตว์
📌 ทำไมต้องขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง (Why?)
การขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่เป็นการสร้างระบบที่ดีทั้งต่อสัตว์เลี้ยง เจ้าของ และสังคมโดยรวม
ประโยชน์ของการขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง
✅ รัฐสามารถติดตาม จำนวนสัตว์เลี้ยงในพื้นที่ เพื่อวางแผนโครงการสาธารณะ เช่น
โครงการ ทำหมันสัตว์ฟรี
โครงการ ฉีดวัคซีนสัตว์ฟรี
✅ สัตว์เลี้ยงที่ลงทะเบียนจะมี หมายเลขไมโครชิปเฉพาะตัว
พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลเจ้าของกับฐานข้อมูลกลาง
ลดปัญหา สัตว์จรจัด, สัตว์ถูกทอดทิ้ง
✅ มีการ ควบคุมจำนวนสัตว์เลี้ยงต่อพื้นที่
ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและมลภาวะในชุมชนเมือง
💬 หากมีสัตว์เกินจำนวนก่อนกฎหมายมีผลใช้ สามารถชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ได้
ไม่จำเป็นต้องย้ายน้องหรือนำไปปล่อยเพื่อลดจำนวน!
📌 เมื่อไหร่ต้องเริ่มขึ้นทะเบียน (When?)
ข้อบัญญัติฯ ปี 2567 เริ่ม บังคับใช้วันที่ 10 มกราคม 2569 – 9 เมษายน 2569
ปัจจุบัน (ปี 2548) กำหนดให้ลงทะเบียนเฉพาะสุนัขเท่านั้น
เจ้าของสัตว์เลี้ยงต้อง ขึ้นทะเบียนภายใน 120 วันหลังสัตว์เกิด หรือ ภายใน 30 วันหลังนำมาเลี้ยง
120 วันหลังสัตว์เกิด
30 วันหลังรับสัตว์มาเลี้ยง
📌 ใครต้องลงทะเบียน (Who?)
ผู้เลี้ยง สุนัขและแมว ในพื้นที่กรุงเทพฯ ทุกคน
ข้อบัญญัติฯ ปี 2548 (ปัจจุบัน) – กำหนดเฉพาะสุนัข
ข้อบัญญัติฯ ปี 2567 (บังคับใช้ 10 ม.ค. 2569) – สุนัขและแมว
📌 ขึ้นทะเบียนได้ที่ไหน (Where?)
✅ คลินิกของสำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข กรุงเทพมหานคร ทั้ง 8 แห่ง
คลินิกสัตวแพทย์ของสำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข 8 แห่ง
1. กลุ่มควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ถ.มิตรไมตรี เขตดินแดง
โทร. 0-2248-7417
2. คลินิกสัตวแพทย์ กทม.1 สี่พระยา เขตบางรัก
โทร. 0-2236-4055 ต่อ 213
3. คลินิกสัตวแพทย์ กทม.2 มีนบุรี เขตมีนบุรี
โทร. 0-2914-5822
4. คลินิกสัตวแพทย์ กทม.3 วัดธาตุทอง เขตวัฒนา
โทร. 0-2392-9278
5. คลินิกสัตวแพทย์ กทม.4 บางเขน เขตจตุจักร
โทร. 0-2579-1342
6. คลินิกสัตวแพทย์ กทม.5 วัดหงส์รัตนาราม เขตบางกอกใหญ่
โทร. 0-2472-5895 ต่อ 109
7. คลินิกสัตวแพทย์ กทม.6 ช่วง นุชเนตร เขตจอมทอง
โทร. 0-2476-6493 ต่อ 1104
8. คลินิกสัตวแพทย์ กทม.7 บางกอกน้อย เขตบางกอกน้อย
โทร. 0-2411-2432
📌 วิธีขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง (How?)
เอกสารที่ต้องใช้:
บัตรประชาชน และทะเบียนบ้านเจ้าของสัตว์
หนังสือยินยอมจากผู้ให้เช่า (กรณีเช่าบ้าน)
เอกสารการทำหมัน/วัคซีน (ถ้ามี)
เอกสารยืนยันการ ฝังไมโครชิปสัตว์เลี้ยง
เอกสาร คลส.๑ / คลส.๒ / เอกสารมอบอำนาจ (ถ้าจำเป็น)
📚✨👉🏻 ดาวน์โหลดเอกสาร
✅ หากฝังไมโครชิปกับ
สัตวแพทย์สามารถออกเอกสาร คลส.๑ และ คลส.๒ จากระบบได้ทันที อีกทั้งยังมีแบบฟอร์มมอบอำนาจ กรณีที่ไม่สะดวกไปดำเนินการด้วยตนเองอีกด้วย
หลังลงทะเบียนสำเร็จ เจ้าของสัตว์จะได้รับ คลส.๓ (บัตรประจำตัวสัตว์)
📌 ถ้าไม่ลงทะเบียนจะเกิดอะไรขึ้น? (What if?)
หากตรวจพบว่าไม่มี เอกสาร คลส.3 เจ้าหน้าที่สามารถ ยึดและกักสัตว์เลี้ยง ได้
เจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ไม่มีเอกสาร คลส.๓ มีโทษปรับตามกฎหมาย และจะต้องชำระเงินค่าดูแลสัตว์ในช่วงตลอดระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่ทำการกักสัตว์นั้นไว้
หากเจ้าของไม่รับสัตว์คืนตามกำหนด สัตว์อาจถูกขายทอดตลาด หรือจัดการตามกฎหมาย
💡 สรุป: การฝังไมโครชิปและขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง = ความรับผิดชอบของเจ้าของสัตว์
การฝังไมโครชิปและลงทะเบียนสัตว์เลี้ยงอย่างถูกต้อง ไม่เพียงแค่ช่วยให้สัตว์ปลอดภัย แต่ยังเป็นการสร้างสังคมที่รับผิดชอบต่อสัตว์ร่วมกัน
หากคุณต้องการฝังไมโครชิปหรือออกเอกสารขึ้นทะเบียน
กรุงเทพมหานครอยู่ระหว่างการผลักดันและประชาสัมพันธ์ ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงและปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยง และสร้างความรับผิดชอบร่วมกันในสังคม
ข้อบัญญัติฉบับใหม่นี้ส่งผลให้เกิดความตื่นตัวในหมู่ประชาชนผู้เลี้ยงสัตว์จำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องการ ฝังไมโครชิปสัตว์เลี้ยง และ ขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงในเขตกรุงเทพฯ ก่อนที่กฎหมายจะเริ่มบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 10 มกราคม 2569
📌 เลี้ยงสัตว์กี่ตัวได้? ตามพื้นที่ที่อยู่อาศัย
ข้อบัญญัติฯ ได้กำหนด จำนวนสัตว์เลี้ยงตามขนาดพื้นที่ เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดความแออัด และรักษาสุขอนามัยของชุมชน ดังนี้:
▪ ห้องเช่า / คอนโดมิเนียม / อาคารชุด
พื้นที่ 20–80 ตร.ม. : เลี้ยงได้ไม่เกิน 1 ตัว
พื้นที่มากกว่า 80 ตร.ม. : เลี้ยงได้ไม่เกิน 2 ตัว
▪ บ้านเดี่ยว / ที่ดิน
พื้นที่ไม่เกิน 20 ตร.วา : ไม่เกิน 2 ตัว
พื้นที่ไม่เกิน 50 ตร.วา : ไม่เกิน 3 ตัว
พื้นที่ไม่เกิน 100 ตร.วา : ไม่เกิน 4 ตัว
พื้นที่มากกว่า 100 ตร.วา : ไม่เกิน 6 ตัว
📌 เลี้ยงเกินจำนวน? ไม่ต้องกังวล
หากท่าน เลี้ยงสัตว์เกินจำนวน ก่อนวันที่ข้อบัญญัติเริ่มบังคับใช้ (10 ม.ค. 2569) สามารถ แจ้งการเลี้ยงเกินจำนวน ได้อย่างถูกต้องผ่าน แบบฟอร์ม คลส.5 ภายใน 90 วันนับจากวันบังคับใช้กฎหมาย
📌 กรณีเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง
ผู้เลี้ยงสัตว์จะต้องแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ เช่น:
เปลี่ยนที่อยู่ของสัตว์เลี้ยง
บัตรประจำตัว คลส.3 (สัตว์เลี้ยง) สูญหายหรือชำรุด
สัตว์เลี้ยงเสียชีวิต
ให้ดำเนินการแจ้งผ่าน แบบฟอร์ม คลส.4 ภายใน 30 วัน
หาก สัตว์เลี้ยงสูญหาย ต้องแจ้งภายใน 3 วันนับจากวันที่ทราบ และแจ้งอีกครั้งเมื่อพบสัตว์เลี้ยงแล้ว
📝 สามารถดาวน์โหลดเอกสาร คลส.4 และ คลส.5 (สำหรับสัตวแพทย์)
📌 ฝังไมโครชิป & ขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง = ความรับผิดชอบที่สัมผัสได้
การฝังไมโครชิปสัตว์เลี้ยง และ การลงทะเบียนสัตว์เลี้ยงในระบบกลาง ไม่เพียงแค่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับสัตว์เลี้ยงของคุณเท่านั้น แต่ยังเป็นการสนับสนุนการควบคุมและดูแลสัตว์เลี้ยงในชุมชนอย่างยั่งยืน
เลือกฝังไมโครชิปกับผู้ให้บริการที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลของคุณปลอดภัย และสามารถใช้ประกอบการออกเอกสาร คลส. ได้ตามข้อบัญญัติฯ
ICAR และ ISO คืออะไร?
ไมโครชิปสัตว์เลี้ยงที่มีมาตรฐาน ICAR และ ISO11784/11785 เป็นสัญลักษณ์ของความปลอดภัย ความแม่นยำ และการใช้งานร่วมกันได้ในระดับสากล
มาตรฐาน ICAR คืออะไร?
ICAR (International Committee for Animal Recording) คือองค์กรนานาชาติที่ทำหน้าที่:
ตรวจสอบและรับรองคุณภาพไมโครชิปและเครื่องอ่าน
กำหนด หมายเลขประจำตัวผู้ผลิต (Manufacturer Code)
เปิดเผยรายชื่อผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาตรฐานต่อสาธารณะ
ทำไมต้องเลือกไมโครชิปที่ผ่าน ICAR?
✅ มั่นใจในคุณภาพและการผลิตที่ได้มาตรฐาน
✅ หมายเลขไม่ซ้ำ และสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงผู้ผลิตได้
✅ สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงผู้ผลิตได้ด้วยหมายเลขผู้ผลิต
มาตรฐาน ISO คืออะไร?
ISO (International Organization for Standardization) เป็นองค์กรที่กำหนดมาตรฐานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงไมโครชิปสัตว์
ISO 11784: กำหนดรูปแบบของเลขไมโครชิป 15 หลัก
ISO 11785: กำหนดรูปแบบสัญญาณระหว่างไมโครชิปและเครื่องอ่าน
ข้อดีของไมโครชิปที่ผ่าน ISO:
✅ ใช้เลขมาตรฐาน 15 หลักแบบเดียวกันทั่วโลก
✅ ใช้ร่วมกับเครื่องอ่านมาตรฐานได้ทุกยี่ห้อ
✅ ลดปัญหาการอ่านข้อมูลไม่ได้ หรือข้อมูลเพี้ยน
ตารางเปรียบเทียบ ICAR vs ISO
หมายเลขไมโครชิป 15 หลักบอกอะไร?
หมายเลขไมโครชิป 15 หลัก คือโครงสร้างมาตรฐานที่ใช้ในระบบไมโครชิปสัตว์เลี้ยงทั่วโลก โดยอ้างอิงตามมาตรฐาน ISO 11784 ซึ่งแบ่งข้อมูลออกเป็น 2 ส่วนหลัก:
(3 หลักแรก) = หมายเลขประเทศ หรือหมายเลขผู้ผลิต
+ (12 หลักหลัง) = หมายเลขจำเพาะของตัวสัตว์
3 หลักแรกของหมายเลขไมโครชิป:
สามารถเป็นได้ทั้ง Country Code หรือ Manufacturer Code
✅ กรณีเป็น Country Code (รหัสประเทศ)
กำหนดโดย ISO 3166 เพื่อแสดงประเทศต้นทาง เช่น:
764 = ประเทศไทย
410 = ประเทศเกาหลีใต้
840 = ประเทศสหรัฐอเมริกา
ไมโครชิปที่ขึ้นต้นด้วยรหัสเหล่านี้มักใช้ในประเทศที่รัฐมีส่วนร่วมในการจัดการระบบไมโครชิป
แม้จะไม่ได้รับการรับรองจาก ICAR แต่หากไมโครชิปเป็นไปตาม ISO 11784/11785 ก็สามารถใช้งาน ได้กับเครื่องอ่านมาตรฐานทั่วไป
กรณีเป็น Manufacturer Code (รหัสผู้ผลิต)
หมายเลขนี้จะถูกกำหนดโดย ICAR (International Committee for Animal Recording) แบ่งออกเป็น 2 แบบ:
Shared Manufacturer Code
ผู้ผลิตหลายรายใช้ร่วมกัน
ตัวอย่าง: 900, 981
เหมาะสำหรับผู้ผลิตรายย่อย
📌 ข้อควรระวัง: มีโอกาสเกิดหมายเลขซ้ำ และตรวจสอบย้อนกลับผู้ผลิตได้ยาก
Unshared Manufacturer Code
เป็นรหัสเฉพาะสำหรับผู้ผลิตรายเดียว
ได้รับเมื่อมีผลงานการผลิตชิปจำนวนมากต่อปี
ตรวจสอบย้อนกลับได้แม่นยำ และลดโอกาสหมายเลขซ้ำอย่างมาก
หมายเลข Shared vs Unshared
❗ ทำไมไมโครชิปที่ไม่ได้มาตรฐานจึงเสี่ยง?
ผู้ผลิตที่ไม่มีมาตรฐานอาจใช้หมายเลขซ้ำ
เครื่องอ่านบางรุ่นอาจอ่านไม่ได้
หากสัตว์หาย จะไม่สามารถระบุตัวตนหรือเจ้าของได้แม่นยำ
📌ทำไมเจ้าของสัตว์เลี้ยงควรรู้เรื่องนี้?
เพราะ หมายเลขไมโครชิป 15 หลัก เป็นสิ่งที่ติดอยู่กับตัวสัตว์ตลอดชีวิต การเลือกไมโครชิปที่มีหมายเลขไม่ซ้ำ ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามมาตรฐาน ISO11784 + ได้รับการรับรองจาก ICAR จะช่วยให้:
ระบุตัวตนสัตว์ได้อย่างแม่นยำ
ป้องกันการซ้ำซ้อนของข้อมูล
เพิ่มโอกาสในการตามหาสัตว์หายกลับคืน
หลังจากที่กรุงเทพมหานครได้เผยแพร่ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงและปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 ทำให้เกิดความสนใจอย่างแพร่หลายในหมู่ผู้เลี้ยงสัตว์และสัตวแพทย์ โดยเฉพาะในเรื่องของการ “ฝังไมโครชิป” และ “การขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง”
ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงกับ กทม. พร้อมเอกสารที่ต้องใช้ และข้อควรรู้เพื่อให้เจ้าของสัตว์สามารถเตรียมตัวได้ถูกต้อง
📌 การขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงในปัจจุบัน
ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงและปล่อยสุนัข พ.ศ. 2548 (ฉบับเดิม)
บังคับใช้เฉพาะกับสุนัขเท่านั้น
ขึ้นทะเบียนได้เฉพาะที่ คลินิกสัตวแพทย์ 8 แห่งของ กทม.
ข้อจำกัดด้านข้อมูลและขั้นตอน ส่งผลให้ระบบล้มเหลวและถูกลืมเลือนไป
🆕 ข้อบัญญัติ พ.ศ. 2567 (เริ่มใช้ 10 ม.ค. 2569 – 9 เมษายน 2569 )
ข้อบัญญัติใหม่มีการปรับปรุงหลายจุดสำคัญ:
ครอบคลุมทั้ง สุนัข แมว และสัตว์เลี้ยงอื่นๆ
สามารถขึ้นทะเบียนได้ที่ คลินิกสัตวแพทย์ 8 แห่ง ของกรุงเทพมหานคร, สำนักงานเขต และสถานที่อื่นๆ และ ลงทะเบียน Online ได้ผ่าน https://petregis.bangkok.go.th และ ที่กรุงเทพมหานครกำหนด
มีสิทธิพิเศษ เช่น การเข้าใช้ Dog Park ของ กทม.
เอกสารที่ใช้ในการขึ้นทะเบียน
คลส.1: ใบรับรองจากสัตวแพทย์ (หลังฝังไมโครชิป) เซ็นรับรองโดยสัตวแพทย์ผู้ทำการฝังไมโครชิปสัตว์
คลส.2: แบบคำขอขึ้นทะเบียน เซ็นรับรองโดยเจ้าหน้าที่ผู้ทำการขึ้นทะเบียน
คลส.3: บัตรประจำตัวสัตว์เลี้ยง
คลส.4: แจ้งเปลี่ยนที่อยู่สัตว์เลี้ยง
ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง
ฝังไมโครชิป
ทำที่โรงพยาบาลสัตว์
ให้สัตวแพทย์ออกเอกสาร คลส.1 พร้อมเซ็นรับรอง
กรอกเอกสารขึ้นทะเบียน
เจ้าของกรอก คลส.2
แนบสำเนาบัตรประชาชน และเอกสารสัตว์
ยื่นเอกสาร
ที่คลินิกสัตวแพทย์ของ กทม., สำนักงานเขต หรือจุดที่ กทม.กำหนด หรอ ลงทะเบียน Online ได้ผ่าน https://petregis.bangkok.go.th
รับบัตรประจำตัวสัตว์ (คลส.3)
เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน
✅ ทำไมต้องขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง?
มีข้อมูลประจำตัวชัดเจนในกรณีสัตว์หาย
ช่วยควบคุมจำนวนสัตว์จรจัด
ใช้ประกอบการขอวัคซีนหรือการรับบริการจากรัฐ
แสดงความรับผิดชอบในการเลี้ยงสัตว์
ระบบขึ้นทะเบียนผ่าน ลงทะเบียน Online ได้ผ่าน https://petregis.bangkok.go.th
พิมพ์เอกสาร คลส.1 และ คลส.2 ได้โดยตรงจากระบบ
แบบฟอร์มผ่านการรับรองจาก กทม.
ลดความผิดพลาดจากการเขียนมือ
ข้อมูลจากระบบจะเติมอัตโนมัติลงในเอกสาร
📌 วิธีใช้งาน
ลงทะเบียนสัตว์ในระบบ Online ได้ผ่าน https://petregis.bangkok.go.th
เลือกฟอร์ม คลส.1 หรือ คลส.2 จากเมนู
กรอกข้อมูลเพิ่มเติม
ให้สัตวแพทย์เซ็นรับรอง
สามารถใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2569 เป็นต้นไป
หากต้องการขึ้นทะเบียนก่อนวันดังกล่าว ให้ใช้เอกสารชุดปี 2548
ปฎิบัติตามข้อบัญญัติฯ ใหม่! เรื่องการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 Click…
คลินิกหมอนันท์สัตวแพทย์ ให้บริการฝังไมโครชิพสัตว์เลี้ยง พร้อมออกเอกสารรับรองการฝังไมโครชิพให้ทางเจ้าของเพื่อนำไปดำเนินการต่างๆต่อไป Click…
ปรึกษา-นัดหมาย 095-789-8287
แพ็กเกจและโปรโมชันmore
แพ็กเกจและโปรโมชัน
หมอนันท์สัตวแพทย์-Nunvet Clinic : ต้อนรับสมาชิกคนใหม่ของบ้าน ด้วยแพ็กเกจตรวจคัดกรองโรคติดต่อที่สำคัญ ในน้องๆ สุนัข และแมว More…
หมอนันท์สัตวแพทย์-Nunvet Clinic : Pet Microchip ฝังไมโครชิพสัตว์เลี้ยง
ข้อบัญญัติฯ ใหม่! เรื่องการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567…
บริการฝังไมโครชิพสัตว์เลี้ยง
หมอนันท์สัตวแพทย์ – Nunvet Clinic : ฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าราคาพิเศษ! เพียง 80 บาท (จากราคาเต็ม 200 บาท) More…
หมอนันท์สัตวแพทย์ – Nunvet Clinic : ให้บริการผ่าตัดทำหมันสำหรับสุนัขและแมว มีสัตวแพทย์ และทีมพยาบาลสัตว์คอยดูแล More…
หมอนันท์สัตวแพทย์ – Nunvet Clinic : ยินดีให้คำปรึกษา และให้บริการฉีดวัคซีนสำหรับลูกสุนัข และลูกแมว More…
หมอนันท์สัตวแพทย์ – Nunvet Clinic : ป้องกันไว้ก่อนจะสายเกินไป กำจัดเห็บ-หมัด More…
หมอนันท์สัตวแพทย์ – Nunvet Clinic : บริการตรวจสุขภาพสำหรับสัตว์เลี้ยงอายุ 5 ปีขึ้นไป ตรวจละเอียดครอบคลุมทุกโรคอันตราย ป้องกันไว้ก่อนจะสายเกินไป More…
หมอนันท์สัตวแพทย์ – Nunvet Clinic : บริการอาบน้ำตัดขน ตัดเล็บ เช็ดหู แปรงขน น้องแมวและสุนัก เริ่มต้น 400 บาท More…
หมอนันท์สัตวแพทย์ – Nunvet Clinic : บริการ รับฝากเลี้ยง / โรงแรมสัตว์ โปรแกรมฝากเลี้ยงระยะสั้น 4วัน 3คืน รับพิเศษ ส่วนลดค่าห้องพัก 10% ส่วนลดค่าอาบน้ำสูงสุด 100 บาท More…

