บริการสำหรับสัตว์เลี้ยง
แพ็กเกจและโปรโมชัน
แพ็กเกจและโปรโมชัน
หมอนันท์สัตวแพทย์-Nunvet Clinic : Pet Microchip ฝังไมโครชิพสัตว์เลี้ยง
ข้อบัญญัติฯ ใหม่! เรื่องการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567…
บริการฝังไมโครชิพสัตว์เลี้ยง
ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า 80฿/ครั้ง

หมอนันท์สัตวแพทย์ – Nunvet Clinic : ฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าราคาพิเศษ! เพียง 80 บาท (จากราคาเต็ม 200 บาท) More…
หมอนันท์สัตวแพทย์ – Nunvet Clinic : ป้องกันไว้ก่อนจะสายเกินไป กำจัดเห็บ-หมัด
แพ็กเกจ กำจัดเห็บ-หมัด สำหรับสุนัขและแมว
แพ็กเกจทำหมันแมวเพศผู้เริ่มต้น 990฿
เงื่อนไขและหมายเหตุ
– แมวเพศผู้น้ำหนักไม่เกิน 3 กก.
– มีบริการฝาก งดน้ำ-งดอาหาร ก่อนการผ่าตัดทำหมัน(มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม)
– แพ็กเกจสำหรับสัตว์เลี้ยงอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป และไม่เกิน 5 ปี
– ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการตรวจประเมินความเสี่ยงในการวางยาเช่น ตรวจเลือด และอื่นๆ ตามที่แพทย์เห็นสมควร
– FREE ยากลับบ้าน และ อาหาร ทราย ระหว่างแอดมิท สำหรับ1คืน
– ไม่สามารถใช้แพ็กเกจนี้ได้ในกรณีที่สุนัข และแมวเป็นสายพันธุ์หน้าสั้น, มีโรคประจำตัว หรือเป็นทองแดง หรือตามแพทย์เห็นสมควร
* ปล.ทั้งนี้สอบถามและนัดหมายล่วงหน้าก่อนนำน้องเข้ารับบริการทุกครั้ง
หมอนันท์สัตวแพทย์ – Nunvet Clinic : ให้บริการผ่าตัดทำหมันสำหรับสุนัขและแมว มีสัตวแพทย์ และทีมพยาบาลสัตว์คอยดูแล
แพ็กเกจต้อนรับสมาชิกใหม่ น้องหมา 999฿
- ตรวจสุขภาพตา และช่องหูเบื้องตัน
(General Eye and Ear Examination (Inspection) ) - ตรวจหาโรคลำไส้อักเสบ และ โคโรนาไวรัส (Parvo/Corona)
Canine Parvovirus/Corona Virus (CPV/CCV) ) - ตรวจหาความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดขาว, เม็ดเลือดแดง และ เกล็ดเลือด
- ตรวจช่องปาก (แนะนำการดูแลช่องปาก และฟัน)
( Oral Home Care )
ROUTINE CARE FREE!!!
-
ตัดเล็บ
-
บีบต่อมข้างกัน
-
เช็ดทำความสะอาดหู
แพ็กเกจนี้เหมาะสำหรับสุนัขและแมว
- น้องๆ ที่เพิ่งย้ายบ้านใหม่
- น้องๆ ที่กำลังจะย้ายบ้าน และต้องการใช้ผลตรวจเพื่อรับรอง
- น้องๆ ที่ต้องการตรวจสุขภาพและตรวจคัดกรองโรคติดต่อสำคัญ
* บริการตัดเล็บ และเช็ดทำความสะอาดหู
* รวมบริการบีบต่อมข้างก้น (สำหรับสุนัข)
แพ็กเกจต้อนรับสมาชิกใหม่ น้องแมว 999฿
- ตรวจสุขภาพตา และช่องหูเบื้องตัน
(General Eye and Ear Examination (Inspection) ) -
ตรวจหาโรคลำไส้อักเสบในแมว
(FPV Felline Panleukopenia Virus) -
ตรวจเชื้อโรคเอดส์แมว และ ลูคิวเมียในแมว
(FIV/FeLV) - ตรวจช่องปาก (แนะนำการดูแลช่องปาก และฟัน)
( Oral Home Care )
ROUTINE CARE FREE
-
ตัดเล็บ (Nail cutting)
-
เช็ดทำความสะอาดหู (Ear cleaning)
แพ็กเกจนี้เหมาะสำหรับสุนัขและแมว
- น้องๆ ที่เพิ่งย้ายบ้านใหม่
- น้องๆ ที่กำลังจะย้ายบ้าน และต้องการใช้ผลตรวจเพื่อรับรอง
- น้องๆ ที่ต้องการตรวจสุขภาพและตรวจคัดกรองโรคติดต่อสำคัญ
* บริการตัดเล็บ และเช็ดทำความสะอาดหู
แพ็กเกจสำหรับสุนัขและแมว ที่มีอายุ 5 ปีขึ้นไป
- ตรวจละเอียดครอบคลุมทุกโรคอันตราย ป้องกันไว้ก่อนจะสายเกินไป
- สงวนสิทธิ์สำหรับสุนัข และ แมว ที่มีอายุ 5 ปีขึ้นไป
- รวมค่าบริการสัตวแพทย์แล้ว
หมอนันท์สัตวแพทย์ – Nunvet Clinic : ป้องกันไว้ก่อนจะสายเกินไป กำจัดเห็บ-หมัด
แพ็กเกจสำหรับสุนัขและแมว อาบน้ำ เริ่มต้น 250฿
แพ็กเกจสำหรับสุนัขและแมว ตัดขน เริ่มต้น 250฿
แพ็กเกจสำหรับสุนัขและแมว ฝากเลี้ยง เริ่มต้น 250฿
หมอนันท์สัตวแพทย์ – Nunvet Clinic : บริการอาบน้ำตัดขน ตัดเล็บ เช็ดหู แปรงขน น้องแมวและสุนัข
บริการฝังไมโครชิปสัตว์เลี้ยงmore
ไขข้อข้องใจ! ฝังไมโครชิปอันตรายจริงหรือไม่?
ฝังไมโครชิป อันตรายจริงไหม? เจาะลึกเคสจริง พร้อมข้อเท็จจริงจากสัตวแพทย์
มีหลายคนสงสัยว่า ฝังไมโครชิปอันตรายไหม? หรือ ฝังไมโครชิปแล้วสัตว์เลี้ยงจะมีผลข้างเคียงหรือไม่? วันนี้เราขอพาไปดูกรณีศึกษาจากเคสจริง และวิเคราะห์จากหลักฐานทางสัตวแพทย์ เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
ไมโครชิปคืออะไร? ปลอดภัยแค่ไหน?
ไมโครชิปสำหรับสัตว์เลี้ยง เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กที่ทำงานแบบ Passive (ไม่มีพลังงานในตัว) ห่อหุ้มด้วยวัสดุ Bioglass ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อไม่ก่อปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อในร่างกายสัตว์
หัตถการ ฝังไมโครชิป คล้ายกับการฉีดยาใต้ผิวหนัง ไม่ต้องวางยาสลบ ไม่ต้องผ่าตัด และใช้เวลารวดเร็วมาก
ความเสี่ยงในการฝังไมโครชิป: จริงหรือเวอร์?
แม้ว่าจะมี รายงานการเกิดเนื้องอกที่ตำแหน่งฝังไมโครชิป โดยเฉพาะในแมว ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีความไวต่อสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย แต่ก็เป็น กรณีที่พบได้น้อยมาก และยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าไมโครชิปเป็นสาเหตุโดยตรง
เช่นเดียวกับการ ฉีดวัคซีน, ทำหมัน, หรือ วางยาสลบ ซึ่งอาจมีความเสี่ยงในบางกรณี แต่ประโยชน์ต่อสุขภาพสัตว์ในระยะยาวนั้น มีมากกว่าความเสี่ยงอย่างเห็นได้ชัด
สรุป: ฝังไมโครชิป ไม่ใช่หัตถการที่อันตราย แต่คือการดูแลสัตว์ให้ปลอดภัยในระยะยาว
ไม่มีหัตถการใดที่ “ปลอดภัย 100%” แต่การฝังไมโครชิปคือหนึ่งในวิธีที่ ปลอดภัย เชื่อถือได้ และมีประโยชน์สูงสุดต่อสัตว์เลี้ยง
การฝังไมโครชิปช่วยให้สามารถระบุตัวตนสัตว์เลี้ยงที่สูญหายได้
ควรฝังไมโครชิปโดย สัตวแพทย์ที่มีใบอนุญาต และใช้ไมโครชิปที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เช่น ICAR และ ISO11784/11785
การลงทะเบียนสัตว์เลี้ยง: ขั้นตอนสำคัญที่เจ้าของสัตว์ไม่ควรมองข้ามหลังฝังไมโครชิป
ในยุคที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงเริ่มให้ความสำคัญกับการ ฝังไมโครชิปสัตว์เลี้ยง มากขึ้น หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า “การฝังไมโครชิป” เพียงอย่างเดียวนั้น ไม่เพียงพอ หากไม่มีการดำเนินการ ลงทะเบียนข้อมูลสัตว์เลี้ยง ลงในระบบฐานข้อมูลอย่างถูกต้อง
ไมโครชิปสัตว์เลี้ยง: เป็นเพียงหมายเลขที่ไร้ข้อมูล หากไม่ลงทะเบียน
ไมโครชิปคืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กที่ฝังไว้ใต้ผิวหนังของสัตว์ ซึ่งบันทึกไว้เพียง หมายเลขไมโครชิป 15 หลัก เท่านั้น หากไม่มีการเชื่อมโยงกับข้อมูลในระบบฐานข้อมูล หมายเลขเหล่านี้ก็จะ ไม่สามารถระบุตัวตนของสัตว์ได้เลย
ดังนั้นการ ลงทะเบียนไมโครชิปสัตว์เลี้ยง จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ไมโครชิปทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยข้อมูลที่จะต้องลงทะเบียน ได้แก่ ชื่อสัตว์ ข้อมูลติดต่อเจ้าของ และโรงพยาบาลที่ฝังไมโครชิป
มีเอกสารไมโครชิป ไม่ได้แปลว่า “ลงทะเบียนแล้ว”
หลังจากที่สัตวแพทย์ทำการฝังไมโครชิปเรียบร้อยแล้ว เจ้าของสัตว์มักจะได้รับเอกสารยืนยัน เช่น การ์ดไมโครชิป หรือใบรับรอง แต่เอกสารเหล่านี้ ไม่ใช่หลักฐานการลงทะเบียนในระบบฐานข้อมูล เสมอไป
การลงทะเบียนขึ้นอยู่กับระบบของผู้ให้บริการไมโครชิปแต่ละราย บางรายให้สัตวแพทย์ดำเนินการให้ บางรายให้เจ้าของสัตว์ลงทะเบียนเองผ่านเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน
ระบบฐานข้อมูลที่ดี ต้องอัปเดตได้ และปลอดภัย
ข้อมูลในไมโครชิป มีความสำคัญมาก เพราะใช้ในการตามหาสัตว์เลี้ยงที่หายไป แต่ถ้าข้อมูลล้าสมัย เช่น หมายเลขโทรศัพท์ผิด หรือเจ้าของย้ายบ้าน ก็อาจทำให้ไม่สามารถติดต่อกลับได้ ระบบฐานข้อมูลจึงควร เปิดให้แก้ไขข้อมูลได้อย่างปลอดภัย โดยไม่เปิดเผยข้อมูลให้สาธารณะ
ข้อมูลไมโครชิปเข้าถึงได้แค่ไหน?
รูปแบบการเข้าถึงข้อมูลไมโครชิปจะแตกต่างกันไปตามแต่ละผู้ให้บริการ บางรายเปิดเผยข้อมูลมากเพื่อความสะดวกในการติดต่อ บางรายจำกัดการเข้าถึงเพื่อ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย PDPA
หลังลงทะเบียนเสร็จ เจ้าของสามารถตรวจสอบได้ผ่าน https://petregis.bangkok.go.th
ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถค้นหาได้เฉพาะข้อมูลสัตว์, ชื่อสัตวแพทย์, และชื่อ-เบอร์โรงพยาบาลเท่านั้น
ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของเจ้าของสัตว์สู่สาธารณะ เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว
สรุป: ไมโครชิปจะมีค่าได้ ก็ต่อเมื่อ “ลงทะเบียน” และ “อัปเดตข้อมูล” อย่างถูกต้อง
ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้ไมโครชิปจากแบรนด์ใด อย่าลืมตรวจสอบการลงทะเบียนทุกครั้ง และหมั่นอัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้สัตว์เลี้ยงที่คุณรัก สามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย หากวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น
ติดต่อสอบถามข้อมูลที่
LINE: @NUNVET
หลังจากที่ กรุงเทพมหานคร ประกาศใช้ “ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงและปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567” ทำให้เกิดกระแสความสนใจในหมู่เจ้าของสัตว์เลี้ยงเกี่ยวกับการ ฝังไมโครชิป และ ขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนกฎหมายบังคับใช้ในปี 2569 ขออาสาสรุปเนื้อหาแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้ประชาชนผู้เลี้ยงสัตว์ทุกคนปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง
ข้อบัญญัตินี้คืออะไร (What?)
ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงและปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 มีเป้าหมายเพื่อควบคุมจำนวนสัตว์เลี้ยงในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้ง สุนัข แมว และสัตว์ประเภทอื่นๆ ป้องกันปัญหาสัตว์จรจัด และสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมในการเลี้ยงสัตว์
ทำไมต้องขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง (Why?)
การขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่เป็นการสร้างระบบที่ดีทั้งต่อสัตว์เลี้ยง เจ้าของ และสังคมโดยรวม
ประโยชน์ของการขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง รัฐสามารถติดตาม จำนวนสัตว์เลี้ยงในพื้นที่ เพื่อวางแผนโครงการสาธารณะ เช่น
โครงการ ทำหมันสัตว์ฟรี
โครงการ ฉีดวัคซีนสัตว์ฟรี
สัตว์เลี้ยงที่ลงทะเบียนจะมี หมายเลขไมโครชิปเฉพาะตัว
พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลเจ้าของกับฐานข้อมูลกลาง
ลดปัญหา สัตว์จรจัด, สัตว์ถูกทอดทิ้ง
มีการ ควบคุมจำนวนสัตว์เลี้ยงต่อพื้นที่
ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและมลภาวะในชุมชนเมือง
หากมีสัตว์เกินจำนวนก่อนกฎหมายมีผลใช้ สามารถชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ได้
ไม่จำเป็นต้องย้ายน้องหรือนำไปปล่อยเพื่อลดจำนวน!
เมื่อไหร่ต้องเริ่มขึ้นทะเบียน (When?)
ข้อบัญญัติฯ ปี 2567 เริ่ม บังคับใช้วันที่ 10 มกราคม 2569 – 9 เมษายน 2569
ปัจจุบัน (ปี 2548) กำหนดให้ลงทะเบียนเฉพาะสุนัขเท่านั้น
เจ้าของสัตว์เลี้ยงต้อง ขึ้นทะเบียนภายใน 120 วันหลังสัตว์เกิด หรือ ภายใน 30 วันหลังนำมาเลี้ยง
120 วันหลังสัตว์เกิด
30 วันหลังรับสัตว์มาเลี้ยง
ใครต้องลงทะเบียน (Who?)
ผู้เลี้ยง สุนัขและแมว ในพื้นที่กรุงเทพฯ ทุกคน
ข้อบัญญัติฯ ปี 2548 (ปัจจุบัน) – กำหนดเฉพาะสุนัข
ข้อบัญญัติฯ ปี 2567 (บังคับใช้ 10 ม.ค. 2569) – สุนัขและแมว
ขึ้นทะเบียนได้ที่ไหน (Where?)
คลินิกของสำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข กรุงเทพมหานคร ทั้ง 8 แห่ง
คลินิกสัตวแพทย์ของสำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข 8 แห่ง
1. กลุ่มควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ถ.มิตรไมตรี เขตดินแดง
โทร. 0-2248-7417
2. คลินิกสัตวแพทย์ กทม.1 สี่พระยา เขตบางรัก
โทร. 0-2236-4055 ต่อ 213
3. คลินิกสัตวแพทย์ กทม.2 มีนบุรี เขตมีนบุรี
โทร. 0-2914-5822
4. คลินิกสัตวแพทย์ กทม.3 วัดธาตุทอง เขตวัฒนา
โทร. 0-2392-9278
5. คลินิกสัตวแพทย์ กทม.4 บางเขน เขตจตุจักร
โทร. 0-2579-1342
6. คลินิกสัตวแพทย์ กทม.5 วัดหงส์รัตนาราม เขตบางกอกใหญ่
โทร. 0-2472-5895 ต่อ 109
7. คลินิกสัตวแพทย์ กทม.6 ช่วง นุชเนตร เขตจอมทอง
โทร. 0-2476-6493 ต่อ 1104
8. คลินิกสัตวแพทย์ กทม.7 บางกอกน้อย เขตบางกอกน้อย
โทร. 0-2411-2432
วิธีขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง (How?)
เอกสารที่ต้องใช้:
บัตรประชาชน และทะเบียนบ้านเจ้าของสัตว์
หนังสือยินยอมจากผู้ให้เช่า (กรณีเช่าบ้าน)
เอกสารการทำหมัน/วัคซีน (ถ้ามี)
เอกสารยืนยันการ ฝังไมโครชิปสัตว์เลี้ยง
เอกสาร คลส.๑ / คลส.๒ / เอกสารมอบอำนาจ (ถ้าจำเป็น) ดาวน์โหลดเอกสาร
หากฝังไมโครชิปกับ
สัตวแพทย์สามารถออกเอกสาร คลส.๑ และ คลส.๒ จากระบบได้ทันที อีกทั้งยังมีแบบฟอร์มมอบอำนาจ กรณีที่ไม่สะดวกไปดำเนินการด้วยตนเองอีกด้วย
หลังลงทะเบียนสำเร็จ เจ้าของสัตว์จะได้รับ คลส.๓ (บัตรประจำตัวสัตว์)
ถ้าไม่ลงทะเบียนจะเกิดอะไรขึ้น? (What if?)
หากตรวจพบว่าไม่มี เอกสาร คลส.3 เจ้าหน้าที่สามารถ ยึดและกักสัตว์เลี้ยง ได้
เจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ไม่มีเอกสาร คลส.๓ มีโทษปรับตามกฎหมาย และจะต้องชำระเงินค่าดูแลสัตว์ในช่วงตลอดระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่ทำการกักสัตว์นั้นไว้
หากเจ้าของไม่รับสัตว์คืนตามกำหนด สัตว์อาจถูกขายทอดตลาด หรือจัดการตามกฎหมาย
สรุป: การฝังไมโครชิปและขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง = ความรับผิดชอบของเจ้าของสัตว์
การฝังไมโครชิปและลงทะเบียนสัตว์เลี้ยงอย่างถูกต้อง ไม่เพียงแค่ช่วยให้สัตว์ปลอดภัย แต่ยังเป็นการสร้างสังคมที่รับผิดชอบต่อสัตว์ร่วมกัน
หากคุณต้องการฝังไมโครชิปหรือออกเอกสารขึ้นทะเบียน
กรุงเทพมหานครอยู่ระหว่างการผลักดันและประชาสัมพันธ์ ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงและปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยง และสร้างความรับผิดชอบร่วมกันในสังคม
ข้อบัญญัติฉบับใหม่นี้ส่งผลให้เกิดความตื่นตัวในหมู่ประชาชนผู้เลี้ยงสัตว์จำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องการ ฝังไมโครชิปสัตว์เลี้ยง และ ขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงในเขตกรุงเทพฯ ก่อนที่กฎหมายจะเริ่มบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 10 มกราคม 2569
เลี้ยงสัตว์กี่ตัวได้? ตามพื้นที่ที่อยู่อาศัย
ข้อบัญญัติฯ ได้กำหนด จำนวนสัตว์เลี้ยงตามขนาดพื้นที่ เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดความแออัด และรักษาสุขอนามัยของชุมชน ดังนี้:
ห้องเช่า / คอนโดมิเนียม / อาคารชุด
พื้นที่ 20–80 ตร.ม. : เลี้ยงได้ไม่เกิน 1 ตัว
พื้นที่มากกว่า 80 ตร.ม. : เลี้ยงได้ไม่เกิน 2 ตัว
บ้านเดี่ยว / ที่ดิน
พื้นที่ไม่เกิน 20 ตร.วา : ไม่เกิน 2 ตัว
พื้นที่ไม่เกิน 50 ตร.วา : ไม่เกิน 3 ตัว
พื้นที่ไม่เกิน 100 ตร.วา : ไม่เกิน 4 ตัว
พื้นที่มากกว่า 100 ตร.วา : ไม่เกิน 6 ตัว
เลี้ยงเกินจำนวน? ไม่ต้องกังวล
หากท่าน เลี้ยงสัตว์เกินจำนวน ก่อนวันที่ข้อบัญญัติเริ่มบังคับใช้ (10 ม.ค. 2569) สามารถ แจ้งการเลี้ยงเกินจำนวน ได้อย่างถูกต้องผ่าน แบบฟอร์ม คลส.5 ภายใน 90 วันนับจากวันบังคับใช้กฎหมาย
กรณีเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง
ผู้เลี้ยงสัตว์จะต้องแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ เช่น:
เปลี่ยนที่อยู่ของสัตว์เลี้ยง
บัตรประจำตัว คลส.3 (สัตว์เลี้ยง) สูญหายหรือชำรุด
สัตว์เลี้ยงเสียชีวิต
ให้ดำเนินการแจ้งผ่าน แบบฟอร์ม คลส.4 ภายใน 30 วัน
หาก สัตว์เลี้ยงสูญหาย ต้องแจ้งภายใน 3 วันนับจากวันที่ทราบ และแจ้งอีกครั้งเมื่อพบสัตว์เลี้ยงแล้ว สามารถดาวน์โหลดเอกสาร คลส.4 และ คลส.5 (สำหรับสัตวแพทย์)
ฝังไมโครชิป & ขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง = ความรับผิดชอบที่สัมผัสได้
การฝังไมโครชิปสัตว์เลี้ยง และ การลงทะเบียนสัตว์เลี้ยงในระบบกลาง ไม่เพียงแค่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับสัตว์เลี้ยงของคุณเท่านั้น แต่ยังเป็นการสนับสนุนการควบคุมและดูแลสัตว์เลี้ยงในชุมชนอย่างยั่งยืน
เลือกฝังไมโครชิปกับผู้ให้บริการที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลของคุณปลอดภัย และสามารถใช้ประกอบการออกเอกสาร คลส. ได้ตามข้อบัญญัติฯ
ICAR และ ISO คืออะไร?
ไมโครชิปสัตว์เลี้ยงที่มีมาตรฐาน ICAR และ ISO11784/11785 เป็นสัญลักษณ์ของความปลอดภัย ความแม่นยำ และการใช้งานร่วมกันได้ในระดับสากล
มาตรฐาน ICAR คืออะไร?
ICAR (International Committee for Animal Recording) คือองค์กรนานาชาติที่ทำหน้าที่:
ตรวจสอบและรับรองคุณภาพไมโครชิปและเครื่องอ่าน
กำหนด หมายเลขประจำตัวผู้ผลิต (Manufacturer Code)
เปิดเผยรายชื่อผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาตรฐานต่อสาธารณะ
ทำไมต้องเลือกไมโครชิปที่ผ่าน ICAR? มั่นใจในคุณภาพและการผลิตที่ได้มาตรฐาน
หมายเลขไม่ซ้ำ และสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงผู้ผลิตได้
สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงผู้ผลิตได้ด้วยหมายเลขผู้ผลิต
มาตรฐาน ISO คืออะไร?
ISO (International Organization for Standardization) เป็นองค์กรที่กำหนดมาตรฐานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงไมโครชิปสัตว์
ISO 11784: กำหนดรูปแบบของเลขไมโครชิป 15 หลัก
ISO 11785: กำหนดรูปแบบสัญญาณระหว่างไมโครชิปและเครื่องอ่าน
ข้อดีของไมโครชิปที่ผ่าน ISO: ใช้เลขมาตรฐาน 15 หลักแบบเดียวกันทั่วโลก
ใช้ร่วมกับเครื่องอ่านมาตรฐานได้ทุกยี่ห้อ
ลดปัญหาการอ่านข้อมูลไม่ได้ หรือข้อมูลเพี้ยน
ตารางเปรียบเทียบ ICAR vs ISO
หมายเลขไมโครชิป 15 หลักบอกอะไร?
หมายเลขไมโครชิป 15 หลัก คือโครงสร้างมาตรฐานที่ใช้ในระบบไมโครชิปสัตว์เลี้ยงทั่วโลก โดยอ้างอิงตามมาตรฐาน ISO 11784 ซึ่งแบ่งข้อมูลออกเป็น 2 ส่วนหลัก:
(3 หลักแรก) = หมายเลขประเทศ หรือหมายเลขผู้ผลิต
+ (12 หลักหลัง) = หมายเลขจำเพาะของตัวสัตว์
3 หลักแรกของหมายเลขไมโครชิป:
สามารถเป็นได้ทั้ง Country Code หรือ Manufacturer Code
กรณีเป็น Country Code (รหัสประเทศ)
กำหนดโดย ISO 3166 เพื่อแสดงประเทศต้นทาง เช่น:
764 = ประเทศไทย
410 = ประเทศเกาหลีใต้
840 = ประเทศสหรัฐอเมริกา
ไมโครชิปที่ขึ้นต้นด้วยรหัสเหล่านี้มักใช้ในประเทศที่รัฐมีส่วนร่วมในการจัดการระบบไมโครชิป
แม้จะไม่ได้รับการรับรองจาก ICAR แต่หากไมโครชิปเป็นไปตาม ISO 11784/11785 ก็สามารถใช้งาน ได้กับเครื่องอ่านมาตรฐานทั่วไป
กรณีเป็น Manufacturer Code (รหัสผู้ผลิต)
หมายเลขนี้จะถูกกำหนดโดย ICAR (International Committee for Animal Recording) แบ่งออกเป็น 2 แบบ:
Shared Manufacturer Code
ผู้ผลิตหลายรายใช้ร่วมกัน
ตัวอย่าง: 900, 981
เหมาะสำหรับผู้ผลิตรายย่อย
ข้อควรระวัง: มีโอกาสเกิดหมายเลขซ้ำ และตรวจสอบย้อนกลับผู้ผลิตได้ยาก
Unshared Manufacturer Code
เป็นรหัสเฉพาะสำหรับผู้ผลิตรายเดียว
ได้รับเมื่อมีผลงานการผลิตชิปจำนวนมากต่อปี
ตรวจสอบย้อนกลับได้แม่นยำ และลดโอกาสหมายเลขซ้ำอย่างมาก
หมายเลข Shared vs Unshared
ทำไมไมโครชิปที่ไม่ได้มาตรฐานจึงเสี่ยง?
ผู้ผลิตที่ไม่มีมาตรฐานอาจใช้หมายเลขซ้ำ
เครื่องอ่านบางรุ่นอาจอ่านไม่ได้
หากสัตว์หาย จะไม่สามารถระบุตัวตนหรือเจ้าของได้แม่นยำ
ทำไมเจ้าของสัตว์เลี้ยงควรรู้เรื่องนี้?
เพราะ หมายเลขไมโครชิป 15 หลัก เป็นสิ่งที่ติดอยู่กับตัวสัตว์ตลอดชีวิต การเลือกไมโครชิปที่มีหมายเลขไม่ซ้ำ ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามมาตรฐาน ISO11784 + ได้รับการรับรองจาก ICAR จะช่วยให้:
ระบุตัวตนสัตว์ได้อย่างแม่นยำ
ป้องกันการซ้ำซ้อนของข้อมูล
เพิ่มโอกาสในการตามหาสัตว์หายกลับคืน
หลังจากที่กรุงเทพมหานครได้เผยแพร่ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงและปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 ทำให้เกิดความสนใจอย่างแพร่หลายในหมู่ผู้เลี้ยงสัตว์และสัตวแพทย์ โดยเฉพาะในเรื่องของการ “ฝังไมโครชิป” และ “การขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง”
ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงกับ กทม. พร้อมเอกสารที่ต้องใช้ และข้อควรรู้เพื่อให้เจ้าของสัตว์สามารถเตรียมตัวได้ถูกต้อง
การขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงในปัจจุบัน
ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงและปล่อยสุนัข พ.ศ. 2548 (ฉบับเดิม)
บังคับใช้เฉพาะกับสุนัขเท่านั้น
ขึ้นทะเบียนได้เฉพาะที่ คลินิกสัตวแพทย์ 8 แห่งของ กทม.
ข้อจำกัดด้านข้อมูลและขั้นตอน ส่งผลให้ระบบล้มเหลวและถูกลืมเลือนไป
ข้อบัญญัติ พ.ศ. 2567 (เริ่มใช้ 10 ม.ค. 2569 – 9 เมษายน 2569 )
ข้อบัญญัติใหม่มีการปรับปรุงหลายจุดสำคัญ:
ครอบคลุมทั้ง สุนัข แมว และสัตว์เลี้ยงอื่นๆ
สามารถขึ้นทะเบียนได้ที่ คลินิกสัตวแพทย์ 8 แห่ง ของกรุงเทพมหานคร, สำนักงานเขต และสถานที่อื่นๆ และ ลงทะเบียน Online ได้ผ่าน https://petregis.bangkok.go.th และ ที่กรุงเทพมหานครกำหนด
มีสิทธิพิเศษ เช่น การเข้าใช้ Dog Park ของ กทม.
เอกสารที่ใช้ในการขึ้นทะเบียน
คลส.1: ใบรับรองจากสัตวแพทย์ (หลังฝังไมโครชิป) เซ็นรับรองโดยสัตวแพทย์ผู้ทำการฝังไมโครชิปสัตว์
คลส.2: แบบคำขอขึ้นทะเบียน เซ็นรับรองโดยเจ้าหน้าที่ผู้ทำการขึ้นทะเบียน
คลส.3: บัตรประจำตัวสัตว์เลี้ยง
คลส.4: แจ้งเปลี่ยนที่อยู่สัตว์เลี้ยง
ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง
ฝังไมโครชิป
ทำที่โรงพยาบาลสัตว์
ให้สัตวแพทย์ออกเอกสาร คลส.1 พร้อมเซ็นรับรอง
กรอกเอกสารขึ้นทะเบียน
เจ้าของกรอก คลส.2
แนบสำเนาบัตรประชาชน และเอกสารสัตว์
ยื่นเอกสาร
ที่คลินิกสัตวแพทย์ของ กทม., สำนักงานเขต หรือจุดที่ กทม.กำหนด หรอ ลงทะเบียน Online ได้ผ่าน https://petregis.bangkok.go.th
รับบัตรประจำตัวสัตว์ (คลส.3)
เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน
ทำไมต้องขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง?
มีข้อมูลประจำตัวชัดเจนในกรณีสัตว์หาย
ช่วยควบคุมจำนวนสัตว์จรจัด
ใช้ประกอบการขอวัคซีนหรือการรับบริการจากรัฐ
แสดงความรับผิดชอบในการเลี้ยงสัตว์
ระบบขึ้นทะเบียนผ่าน ลงทะเบียน Online ได้ผ่าน https://petregis.bangkok.go.th
พิมพ์เอกสาร คลส.1 และ คลส.2 ได้โดยตรงจากระบบ
แบบฟอร์มผ่านการรับรองจาก กทม.
ลดความผิดพลาดจากการเขียนมือ
ข้อมูลจากระบบจะเติมอัตโนมัติลงในเอกสาร
วิธีใช้งาน
ลงทะเบียนสัตว์ในระบบ Online ได้ผ่าน https://petregis.bangkok.go.th
เลือกฟอร์ม คลส.1 หรือ คลส.2 จากเมนู
กรอกข้อมูลเพิ่มเติม
ให้สัตวแพทย์เซ็นรับรอง
สามารถใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2569 เป็นต้นไป
หากต้องการขึ้นทะเบียนก่อนวันดังกล่าว ให้ใช้เอกสารชุดปี 2548
ฝังไมโครชิปที่คลินิกหมอนันท์สัตวแพทย์บริการลงทะเบียนสัตว์เลี้ยงOnlineให้ฟรี โดยไม่ต้องไปที่สำนักงานเขต | นัดหมายClick..
เรามีบริการฝังไมโครชิปให้กับสัตว์เลี้ยงโดยสัตว์แพทย์ เร็วๆนี้ ไมโครชิปเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กที่ติดกับสัตว์เลี้ยง เปรียบเสมือนบัตรประชาชนสัตว์เลี้ยง ง่ายต่อการเดินทางหรือการติดตาม ซึ่งทำให้เจ้าของมีความสะสวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยเจ้าของจะต้องเตรียม สำเนาบัตรประชาชนเจ้าของ สำเนาทะเบียนบ้านเจ้าของ หนังสือรับรองทะเบียนสัตว์เลี้ยง และใบรับรองการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าอายุไม่เกิน 1 ปี More…
คลินิกหมอนันท์สัตวแพทย์ ให้บริการฝังไมโครชิพสัตว์เลี้ยง พร้อมออกเอกสารรับรองการฝังไมโครชิพให้ทางเจ้าของเพื่อนำไปดำเนินการต่างๆต่อไป Click…
ศูนย์การรักษาทางการสัตวแพทย์
ศูนย์ผ่าตัดศัลยกรรม
Pet Surgery Center
ผ่าตัดมดลูกอักเสบในสุนัขและแมว ผ่าตัดทำหมันสัตว์เลี้ยง ผ่าตัดมะเร็งและเนื้องอกต่างๆ…
ศูนย์โรคผิวหนัง สัตว์เลี้ยง
Pet Skin Center
โรคผิวหนัง, ช่องหูและเส้นขน รวมถึงภูมิแพ้ผิวหนังและโรคผิวหนัง และภูมิแพ้สัตว์เลี้ยง..
ศูนย์โรคกระดูกและข้อ
Pet Orthopedic Center
โรคกระดูกและข้อ ให้บริการตรวจโรคระบบกระดูกและการเดินไม่ว่าจะเป็นภาวะกระดูกหักที่ต้องได้รับการผ่าตัดหรือภาวะปัญหาของกระดูก..
ศูนย์โรคทางระบบประสาทและการเคลื่อนไหว
Pet Neuro Center
ความผิดปกติโดยกำเนิด พันธุกรรม ภาวะติดเชื้อ หรือแม้แต่การถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง..
ศูนย์โรคทางเดินอาหารสัตว์เลี้ยง
ความผิดปกติโดยกำเนิด พันธุกรรม ภาวะติดเชื้อ หรือแม้แต่การถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง..
ศูนย์โรคแมว
Cat Clinic
ให้บริการการตรวจสุขภาพ การวินิจฉัยโรคและรักษา รวมถึงให้คำปรึกษาเรื่องพฤติกรรมและการดูแลน้องแมวในทุกช่วงอายุ พร้อมทั้งห้องพักสัตว์ป่วยและฝากเลี้ยง..
ศูนย์โรคตาสัตว์เลี้ยง
Pet Heart Center
ให้คำปรึกษาปัญหาด้านโรคตาในสุนัขและแมว รวมถึง การผ่าตัดศัลยกรรมกระจกตา ภาวะหนังตาม้วนเข้าหรือม้วนออก เนื้องอกเปลือกตา..
ศูนย์โรคไตและระบบทางเดินปัสสาวะ
Renal Center
ตรวจคัดกรองและรักษาโรคไตในสุนัขและแมวทุกช่วงวัย “ยิ่งตรวจพบเร็ว ยิ่งดี” ..
ศูนย์อายุรกรรมคลินิก
Internal Medicine Center
บริการตรวจวินิจฉัยและให้คำปรึกษาสัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาสุขภาพทั่วไป สัตว์เลี้ยงที่มีความเจ็บป่วยเรื้อรัง รวมถึงความเจ็บป่วยด้วยโรคที่มีความซับซ้อน..
ศูนย์รับเลี้ยงสัตว์ป่วย-แก่-พิการ
Pet Care & Pet Hotel
ให้บริการการตรวจสุขภาพ การวินิจฉัยโรคและรักษา มีสัตวแพทย์ให้คำปรึกษาก่อนเข้าพักและพี่เลี้ยงดูแลด้วยความใส่ใจ พร้อมทั้งห้องพักสัตว์ป่วยและฝากเลี้ยง..
สุขภาพที่ดี ตรวจสุขภาพ ก่อนสาย และ ฝังไมโครชิปสัตว์เลี้ยง
ต้อนรับสมาชิกคนใหม่ของบ้าน ตรวจเลือด ตรวจคัดกรองโรคติดต่อที่สำคัญ ในน้องๆ สุนัข และแมวทำวัคซีนเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน การป้องกันเห็บหมัด พยาธิหนอนหัวใจและการถ่ายพยาธิ …
บริการทันตกรรมสัตว์เลี้ยง
Pet Dental Services
การดูแลสุขภาพช่องปากของสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งสำคัญที่มักโดนมองข้าม คลินิกช่องปากและฟัน แนะนำโดยสัตวแพทย์ เพื่อสัตว์เลี้ยงที่คุณรัก และ ขุดหินปูนสัตว์เลี้ยง ..
คำถามที่พบได้บ่อย (FAQ)
ขั้นตอนการเตรียมตัวพาน้องแมวมา คลินิก/โรงพยาบาล
1. การยืนยันนัดหมายและไปตามเวลานัดหมาย เป็นสิ่งที่สำคัญ ถ้าหากไปตรงเวลานัดหมายจะช่วยลดระยะเวลาในการรอตรวจ และทำให้น้องแมวไม่ต้องเผชิญหน้ากับแมวตัวอื่น ๆ
2. ควรเลือกอุปกรณ์เคลื่อนย้าย เช่น ตะกร้า ที่แมวรู้สึกคุ้นเคย จะทำให้ลดความเครียดได้อย่างดี เวลาพาไปนอกเขตแดนตัวเอง ตะกร้าควรแข็งแรง มีรูระบายอากาศ เป็นตะกร้าที่สามารถเปิด-ปิด หรือแกะออกได้ การที่มีที่เปิด-ปิดด้านบน จะช่วยให้สามารถนำแมวออกมาได้ง่าย หากมีแมวมากกว่า 1 ตัวแนะนำให้หาตะกร้าแยก (1ตัว/ตะกร้า) แต่ถ้าหากแมวมีความสนิทสนมกัน ก็สามารถใส่ไว้ด้วยกันได้
3. ภายในตะกร้าควรมีกลิ่นที่คุ้นเคย อาจใช้ผ้าหรือที่นอนที่แมวชอบมาใส่ไว้ หรือหากมีผลิตภัณฑ์ เช่น ฟีโรโมนสังเคราะห์ ให้ฉีดที่ตะกร้าก่อนใช้ ประมาณ 30 นาที
4. ควรจัดหาวัสดุมาปิดคลุมอุปกรณ์เคลื่อนย้าย เพราะแมวมักชอบหลบซ่อนตัวเพื่อให้รู้สึกปลอดภัย เช่น ผ้าขนหนู
5. ในระหว่างการพาน้องแมวขึ้นรถมาโรงพยาบาล นำวางไว้บริเวณช่องว่างใต้เบาะ หรือจะวางบนเบาะ แต่ควรมีอุปกรณ์รัด เพื่อไม่ให้ตะกร้าเคลื่อนไปมาได้ จะทำให้แมวรู้สึกปลอดภัย ควรเปิดเพลงคลาสสิกเบาๆ และขับรถอย่างนุ่มนวล เพื่อให้แมวรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น และลดเสียงรบกวนจากสิ่งเร้า
6. การถือตะกร้าหรืออุปกรณ์เคลื่อนย้าย ควรจับตะกร้าหรืออุปกรณ์เคลื่อนบริเวณด้านบน และบริเวณฐานตะกร้าหรืออุปกรณ์เคลื่อนย้าย ไม่ควรถือตะกร้าให้กระแทกกับสีข้างลำตัวของผู้ถือ เพราะจะทำให้แมวตกใจได้ง่าย
7. เมื่อมาถึงโรงพยาบาลที่เป็นมิตรกับแมว (Cat friendly clinic) ควรพาแมวไปยังจุดพักคอย สำหรับแมวโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นจุดที่เงียบ สงบ และรู้สึกผ่อนคลาย เพื่อรอตรวจกับสัตวแพทย์
8. โดยปกติน้องแมวจะสามารถรับรู้อารมณ์ของเจ้าของได้ ด้วยการจดจำท่าทาง ลักษณะ สีหน้า และน้ำเสียง ถ้าหากเจ้าของรู้สึกผ่อนคลาย ไม่วิตกกังวล มีความสุข อารมณ์เชิงบวกเหล่านี้ จะส่งถึงให้แมว แต่ถ้าหากเจ้าของกังวล กลัว เครียด อารมณ์เหล่านี้ก็จะส่งถึงแมวเช่นกัน
9. นำขนมที่น้องชอบเพื่อเป็นรางวัลระหว่างการตรวจได้
โปรแกรมวัคซีนในแมว จะมีวัคซีน 3 ชนิด ที่แนะนำให้ฉีด
1. วัคซีนรวมป้องกันไข้หัด-หวัดแมว : เริ่มฉีดที่อายุ 2 เดือน ในปีแรก ฉีด 3 เข็ม
ห่างกันครั้งละ 3-4 สัปดาห์ หลังจากนั้นฉีดปีละ 1 เข็ม
2. วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า : เริ่มฉีดที่อายุ 3 เดือน ในปีแรก ฉีด 2 เข็ม ห่าง
กันครั้งละ 4 สัปดาห์ หลังจากนั้นฉีดปีละ 1 เข็ม
3. วัคซีนลิวคีเมีย : ก่อนจะฉีดวัคซีนชนิดนี้ ต้องได้รับการตรวจโรคลิวคีเมียก่อน 2
ครั้ง เริ่มตรวจครั้งแรกที่อายุ 4 เดือน และตรวจครั้งที่สอง ที่อายุ 6 เดือน หาก
ผลตรวจเป็นลบทั้งสองครั้ง จึงสามารถฉีกวัคซีนได้ สำหรับโปรแกรมการฉีด
วัคซีนชนิดนี้ ในปีแรก ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 3-4 สัปดาห์ หลังจากนั้นฉีดปีละ 1
เข็ม
นอกจากวัคซีนแล้วยังมีโรคที่จะต้องป้องกันอื่นๆ อีก เช่น โรคพยาธิหนอนหัวใจ โรคนี้มียุงเป็นพาหะ สามารถก่อโรคได้ทั้งในสุนัขและแมว ควรเริ่มป้องกันได้ตั้งแต่อายุ 2 เดือนเป็นต้นไป ยาที่ใช้ป้องกันโรคพยาธิหนอนหัวใจ ยังสามารถกำจัดเห็บ หมัด พยาธิภายในลำไส้ (เป็นโรคติดต่อสู่คนเลี้ยงได้) ไรในหู ขี้เรื้อนรูขุมขน และขี้เรื้อนแห้ง
โปรแกรมวัคซีนในสุนัข จะมีวัคซีน 2 ชนิด ที่แนะนำให้ฉีด
1. วัคซีนรวม 5 โรค: เริ่มฉีดที่อายุ 2 เดือน ในปีแรก ฉีด 3 เข็ม ห่างกันครั้งละ 3-4 สัปดาห์ หลังจากนั้นฉีดปีละ 1 เข็ม
2. วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า: เริ่มฉีดที่อายุ 3 เดือน ในปีแรก ฉีด 2 เข็ม ห่างกันครั้งละ 4 สัปดาห์ หลังจากนั้นฉีดปีละ 1 เข็ม
นอกจากวัคซีนแล้วยังมีโรคที่จะต้องป้องกันอื่นๆ อีก เช่น โรคพยาธิหนอนหัวใจ โรคนี้มียุงเป็นพาหะ สามารถก่อโรคได้ทั้งในสุนัขและแมว ควรเริ่มป้องกันได้ตั้งแต่อายุ 2 เดือนเป็นต้นไป ยาที่ใช้ป้องกันโรคพยาธิหนอนหัวใจ ยังสามารถกำจัดเห็บ หมัด พยาธิภายในลำไส้ (เป็นโรคติดต่อสู่คนเลี้ยงได้) ไรในหู ขี้เรื้อนรูขุมขน และขี้เรื้อนแห้ง
การทำหมันในแมวทั้งเพศผู้เพศเมียที่อยู่ในภาวะเป็นสัด สามารถทำได้เลย ไม่มีข้อควระวังเหมือนกับในสุนัขเพศเมีย เพียงแต่ก่อนผ่าตัดทำหมันทั้งเพศผู้และเพศเมีย ควรต้องได้รับการตรวจเลือดอย่างละเอียด เพื่อประเมินสุขภาพก่อนทุกครั้งที่จะผ่าตัดทำหมัน
สำหรับการทำหมันในสุนัขเพศผู้ที่อยู่ในภาวะเป็นสัด สามารถทำได้ ไม่มีข้อควรระวังเหมือนกับในสุนัขเพศเมีย เพียงแต่ก่อนผ่าตัดทำหมัน ควรต้องได้รับการตรวจเลือดอย่างละเอียด เพื่อประเมินสุขภาพก่อนทุกครั้งที่จะผ่าตัดทำหมัน
สำหรับการทำหมันในสุนัขเพศเมียที่อยู่ในภาวะที่เป็นสัด บริเวณรังไข่และมดลูกจะมีเลือดไปเลี้ยงมากเป็นพิเศษ ทำให้การทำหมันต้องมีการระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะสัตว์เสียเลือดได้มากกว่าปกติ ดังนั้นก่อนผ่าตัดทำหมัน ควรต้องได้รับการตรวจเลือดอย่างละเอียด เพื่อประเมินสุขภาพก่อนทุกครั้งที่จะผ่าตัดทำหมัน
สำหรับสัตว์เลี้ยงทุกตัวที่มาใช้บริการแผนกผ่าตัดของโรงพยาบาลจะได้รับการดูแลเทียบเท่ากับห้องผ่าตัดของมนุษย์ ซึ่งห้องผ่าตัดของเราเป็นมาตรฐานเดียวกับคน จึงมั่นใจถึงความสะอาดและปลอดเชื้อได้ 100 % และระหว่างการผ่าตัดและหลังผ่าตัด สัตว์เลี้ยงจะได้รับการเฝ้าติดตามอาการข้อมูลความสำคัญต่างๆของร่างกายอย่างใกล้ชิดโดยใช้เครื่องมือที่ทันสมัยตลอดเวลา
การตรวจเลือดนั้นสำคัญมาก
เพราะสามารถช่วยตรวจสอบสภาพร่างกายของสัตว์เลี้ยงได้หลายด้าน ไม่เพียงแต่ประเมินสุขภาพโดยรวมเท่านั้น แต่ยังช่วยตรวจสอบการทำงานของระบบต่างๆ และตรวจสอบการตอบสนองของร่างกายต่อการผ่าตัด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการประเมินความเสี่ยงของการผ่าตัด โดยทั่วไปแล้วการตรวจเลือดจะประกอบด้วยการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพของเม็ดเลือด รวมถึงส่วนประกอบอื่นๆ ที่มีผลต่อการเกิดโรค ดังนั้นการตรวจเลือดก่อนการผ่าตัดจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง
บทความและกิจกรรม
